วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การใช้สารเคมีทางการเกษตรอย่างถูกต้องและเหมาะสม

การใช้สารเคมีทางการเกษตรอย่างถูกต้องและเหมาะสม
1. 
ห้ามใช้สารเคมีที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ตามเอกสารสนับสนุน  รายชื่อวัตถุอันตรายห้ามใช้ในการเกษตร  และต้องใช้สารเคมีให้สอดคล้องกับรายการสารเคมีที่ประเทศคู่ค้าอนุญาตให้ใช้
2. 
อ่านฉลากคำแนะนำ เพื่อให้ทราบคุณสมบัติ และวิธีการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง
3. 
ผู้ประกอบการและแรงงานที่ปฏิบัติงานด้านการป้องกันกำจัดศัตรูพืช  ควรรู้จักศัตรูพืช  ชนิดและอัตราการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช  การเลือกใช้เครื่องพ่นและอุปกรณ์หัวฉีด  รวมทั้งวิธีการพ่นสารเคมีที่ถูกต้อง  โดยต้องตรวจสอบเครื่องพ่นสารให้อยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้งานตลอดเวลา  เพื่อป้องกันสารพิษเปื้อนเสื้อผ้าและร่างกายของผู้พ่น  ต้องสวมเสื้อผ้าอุปกรณ์ป้องกันสารพิษ  ได้แก่ หน้ากากหรือผ้าปิดจมูก  ถุงมือ  หมวก และรองเท้าเพื่อป้องกันอันตรายจากสารพิษ
4. 
เตรียมสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช  และใช้ให้หมดในคราวเดียว  ไม่ควรเหลือติดค้างในถังพ่น
5. 
ปิดฝาภาชนะบรรจุสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชให้สนิทเมื่อเลิกใช้  และเก็บในสถานที่เก็บสารเคมี
6. 
เมื่อใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชหมดแล้ว  ให้ล้างภาชนะบรรจุสารเคมีด้วยน้ำ  2-3  ครั้ง  แล้วเทลงในถังพ่นสารเคมี  ปรับปริมาณน้ำตามความเข้มข้นที่กำหนด  ก่อนนำไปใช้พ่นป้องกันกำจัดศัตรูพืช
7. 
ควรพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชในช่วงเช้าหรือเย็นขณะลมสงบ  หลีกเลี่ยงการพ่นในเวลาแดดจัดหรือลมแรง  และขณะปฏิบัติงานผู้พ่นต้องอยู่เหนือลมตลอดเวลา
8. 
หลังจากพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชทุกครั้ง  ผู้พ่นต้องอาบน้ำ  สระผม  และเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที  เสื้อผ้าที่ใส่ขณะพ่นสารต้องซักให้สะอาดทุกครั้ง
9. 
ต้องหยุดใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชก่อนการเก็บเกี่ยวตามที่ระบุไว้ในฉลากกำกับการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชแต่ละชนิด
10. 
ให้ปฏิบัติตามแผนควบคุมการผลิตของสับปะรดโรงงาน
ความสะอาดปลอดภัยและกำจัดของเสียและวัสดุเหลือใช้
1. 
ภาชนะบรรจุสารเคมีที่ใช้หมดและล้างสารเคมีออกหมดแล้วตามคำแนะนำในข้อ 6  ต้องไม่นำกลับมาใช้อีก  และต้องทำให้ชำรุดเพื่อป้องกันการนำกลับมาใช้  แล้วนำไปทิ้งในสถานที่ที่จัดไว้สำหรับทิ้งภาชนะบรรจุสารเคมีโดยเฉพาะ หรือทำลายโดยการฝังดินห่างจากแหล่งน้ำ  และให้มีความลึกมากพอที่สัตว์ไม่สามารถคุ้ยขึ้นมาได้ ห้ามเผาทำลาย
2. 
ส่วนต่างๆของพืชที่มีโรคและแมลงเข้าทำลายต้องเผาทำลายนอกแปลง
3. 
เศษพืช  หรือกิ่งที่ตัดแต่งจากต้นไม้และไม่มีโรคเข้าทำลาย  สามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยพืชสดได้
4. 
จำแนก  และแยกประเภทของขยะให้ชัดเจน  เช่น กระดาษ  กลิ่งกระดาษ  พลาสติก  แก้ว  น้ำมัน  สารเคมี และเศษซากพืช เป็นต้น  รวมทั้งควรมีถังขยะวางให้เป็นระเบียบ หรือระบุจุดทิ้งขยะให้ชัดเจน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น